วิธีการอ่านกราฟ การแสดงค่าการเปลี่ยนแปลงของราคาในปัจจุบันนั้น นิยมใช้การแสดงด้วยกราฟหรือ Chart เป็นหลัก ซึ่งโดยพื้นฐานนั้นเราต้องเข้าในความหมายของการเคลื่อนที่ของราคาเสียก่อน จึงจะสามารถดูทิศทางหรือแนวโน้มของราคาที่เคลื่อนที่ไปได้

จากรูปข้างบน เราจะพบว่ากราฟมีการเคลื่อนที่ในสองลักษณะคือ ลง และขึ้น โดยที่ถ้าราคากำลังเคลื่อต่ำลงมาเป็นจังหวะที่ควรเข้า Sell (ขาย) หรือคือการเล่น Shot นั่นเอง ส่วนเมื่อราคาเคลื่อนที่สูงขึ้น เป็นจังหวะที่ควรเข้าทำการ Buy (ซื้อ) หรือเล่น Long นอกจากนี้กราฟยังสามารถมีลักษณะเคลื่อนที่ไปยังด้านข้างหรือที่เรียกว่า sideway ซึงเป็นช่วงที่เราควรหลีกเลี่ยงจากการลงทุน
ลักษณะของกราฟกราฟนั้นมีลักษณะอยู่สามแบบใหญ่ๆได้แก่
1.แบบเส้น( Line Chart ) คือการแสดงกราฟราคาโดยใช้เส้นราคา ดังรูปข้างล่าง

ซึ่งในแต่ละแท่งจะแทนการเปลี่ยนแปลงในหนึ่งช่วงเวลา เช่นถ้าเรากำหนดเสกลเวลาที่ 1 ชม. ดังนั้น หนึ่งแท่งของแท่งราคาจะใช้เวลา 1 ชม. ซึ่งในหนึ่งแท่งของแท่งราคาจะประกอบด้วย

-ราคาเปิด แทนด้วยเส้นขีดแนวนอนทางด้านซ้าย-ราคาปิด แทนด้วยเส้นขีดแนวนอนทางด้านขวา-ราคาสูงสุด คือจุดสูงสุดของแท่ง -ราคาต่ำสุด คือจุดต่ำสุดของแท่ง จะเห็นว่ากราฟแบบแท่งจะให้รายละเอียดต่อหนึ่งช่วงเวลาได้มากกว่าแบบเส้น
3.แบบแท่งเทียน (Candle Stick) คือการแสดงราคาด้วยรูปแบบแท่งราคาของญี่ปุ่น ซึ่งมีลักษณะดังรูปข้างล่าง

กราฟแบบแท่งเทียนนั้นจะบอกรายละเอียดของราคาในหนึ่งเสกลเวลาเช่นเดียวกับในแบบแท่ง( Bar Chart ) แต่จะง่ายในการใช้ดูภาพรวมของตลาด โดยสังเกตุจากสีของแท่งเทียนได้ง่ายกว่า ซึ่งแท่งเทียนแต่ละแท่งมีรายละเอียดดังนี้

-ส่วนของตัวเทียน คือส่วนแท่งหนาๆ มีสองลักษณะ คือแบบแท่งโปร่งหรือสีขาวหมายถึงราคาเปิดสูงกว่าราคาปิด และแบบแท่งทึบหรือสีดำ หมายถึงราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด-ส่วนของไส้เทียน หรือเส้นเล็กๆที่ยื่นออกมาจากตัวแท่งเทียน โดยปลายไส้เทียนด้านบนหมายถึงราคาสูงสุด ส่วนปลายไส้เทียนด้านล่างหมายถึงราคาต่ำสุด
